
ของขาด ของเกิน เป็นเรื่องของใคร?
ใคร? คือผู้ที่ดูแลทรัพย์สมบัติของบริษัท เปรียบดั่งเช่นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ให้กับองค์กร คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า หน่วยงาน “คลังสินค้า” เป็นผู้ที่รับภาระหน้าที่นี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
คลังสินค้านั้นเป็นสถานที่สำหรับเก็บสินค้า และหากสินค้าในคลังเกิดการสูญหายขึ้น พนักงานคลังสินค้าจึงต้องตกเป็นจำเลยไปโดยปริยาย สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากวิธีการทำงานที่เป็นแบบ “คลังเชิงรับ”นั่นเอง ทำให้คลังต้องรับเละจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ “ของในคลัง” ของขาด ของเกิน ของผิด ของช้า และ “สถานที่ในคลัง” ที่ไม่พอเก็บ เก็บแล้วหาไม่เจอ ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้โดยการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานในคลัง ให้เป็นการทำงานแบบ “คลังเชิงรุก” ซึ่งหมายถึงการทำงานที่ไม่ต้องรอให้เกิดปัญหา ใช้วิธีการบริหารคลังสินค้าที่มีระบบ เข้ามาช่วยกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงาน ให้เป็นหลักการและแนวปฏิบัติที่เป็นทิศทางเดียวกันให้กับพนักงานในคลังสินค้า
กลยุทธ์การทำงานเชิงรุกของคลังเพื่อที่จะใช้บริหารคลังสินค้า ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานด้วยกัน เช่น ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายบัญชี ฝ่ายผลิต ฝ่ายขาย เพื่อเป็นฟันเฟืองในการก้าวสู่ประสิทธิภาพของงานคลังร่วมกัน แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือการที่ผู้ปฏิบัติงานในคลังสินค้าจะต้องรู้ถึงแนวคิดและสิ่งที่เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพของงานคลัง เพราะนอกจากหน้าที่ในการรับจ่าย-สินค้าแล้ว ยังมีหน้าที่อื่นที่คลอบคลุมอีก นั่นหมายถึงการทำความเข้าใจกับขั้นตอน เทคนิค ต่างๆ ที่จะใช้ในการบริหารคลังสินค้า การบันทึกสถานะของคงเหลือให้เป็นปัจจุบัน (Update Real Time) การจัดสถานที่ภายในคลังสินค้าเพื่อการบริหารเวลาและแรงงานในการเคลื่อนย้ายของในคลัง การกำหนดระบบที่จะใช้รองรับสถานะของสินค้าที่ชำรุด ล้าสมัย เลิกผลิต การบันทึกการ์ดคุมสินค้า วิธีการนับไปจ่ายไปจะต้องทำอย่างไรในการจ่ายของและกระทบยอด วิธีการใดที่จะใช้จัดการกับของเหลือและเศษซากในคลังสินค้า สุดท้ายคือการควบคุมและป้องกันปัญหาการทุจริตภายในคลังสินค้า เพื่อไม่ให้เกิดคำว่า “สวัสดิการ” ขึ้นภายในคลัง
แต่จะอย่างไรก็ตาม ปัญหาของหน่วยงานคลังสินค้าจะจบลงได้นั้น ต้องเริ่มจากทัศนคติของผู้ที่เป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการของหน่วยงานคลังสินค้า ที่จะเปิดใจยอมรับและหาวิธีที่จะแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง พร้อมที่ลงมือทำอย่างไม่รีรอ หากยังเริ่มต้นด้วยการคิดว่า “ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน?” “จะต้องทำอย่างไร?” จึง “ไม่ทำ” และทำอย่างที่ “เคยทำ” ปัญหาในหน่วยงานคลังสินค้าคงจะไม่สามารถจบลงได้ ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราต้องหันกลับมาทบทวนปัญหาที่เกิดขึ้นและค้นหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาในหน่วยงานคลังสินค้ากันเสียใหม่
อย่ามองข้าม!! ค่าใช้จ่ายที่กิจการสามารถลดลงและแปรสภาพให้กลับเป็นผลกำไรได้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากการบริหารคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพของหน่วยงาน “คลังสินค้า” นั่นเอง
ภัทรกร ปิยเจริญกิจ
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น